Fund Fun เพื่อนเรื่องเงินของคุณ

ปรึกษา Fund Fun

ฝากข้อมูล ให้เราติดต่อกลับ

กรอกข้อมูลแล้วกดส่ง ทีมงานจะติดต่อกลับตามเบอร์ที่ให้ไว้

เราใช้ข้อมูลนี้เพื่อติดต่อกลับเรื่องที่คุณสอบถามเท่านั้น

Fund Fun LINE OA

QR Code เพิ่มเพื่อน Fund Fun LINE OA เปิดใน LINE
เบื้องหลัง Fund Fun

มีผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

ชื่อ-นามสกุล
นางสาวปวีณา อัศวะอำนวย
ตำแหน่ง
ตัวแทนอิสระทางด้านกองทุน · Direct Sale Agent (DSA)
ใบอนุญาต / ทะเบียน
039853ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1ตรวจสอบทะเบียนที่ ก.ล.ต.
บริษัทต้นสังกัด
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)

เรื่องทั่วไป Fund Fun ช่วยอธิบายให้เข้าใจง่าย แต่เมื่อเรื่องนั้นขึ้นอยู่กับ เป้าหมาย ระยะเวลา สถานะทางการเงิน และความเสี่ยง ของแต่ละคน เราจะชวนคุณคุยกับผู้แนะนำการลงทุนโดยตรง

ภาพบทความ Fund Fun ชวนเลือก RMF หรือ Thai ESG จากเป้าหมาย ระยะเวลาถือ และสัดส่วนสินทรัพย์ไทยในพอร์ต

เรื่องภาษีและการลงทุนที่ควรรู้ · ภาษีและลงทุน

RMF กับ Thai ESG ต่างกันยังไง? ลดภาษีเหมือนกัน แล้วควรเลือกอันไหนดี?

พอใกล้ปลายปี หลายคนเริ่มเห็นชื่อ RMF กับ Thai ESG พร้อมคำว่า “ลดหย่อนภาษี”

แล้วก็เกิดคำถามว่า “ถ้ามีเงินก้อนเดียว ควรซื้ออันไหน?”

เอาแบบง่าย ๆ ก่อน — ทั้งคู่ช่วยลดหย่อนภาษีได้ แต่ หน้าที่ของเงินและเงื่อนไขต่างกันพอสมควร

1. RMF เน้นเงินเกษียณ ส่วน Thai ESG เน้นลงทุนในสินทรัพย์ไทยด้านความยั่งยืน

RMF หรือ Retirement Mutual Fund ถูกออกแบบมาเพื่อการออมระยะยาวสำหรับเกษียณ และมีกองทุนให้เลือกหลากหลายตามนโยบาย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ กองทุนต่างประเทศ หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น

ส่วน Thai ESG ลงทุนในสินทรัพย์ไทยที่เข้าเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงมีกรอบการลงทุนเฉพาะกว่ากอง RMF โดยทั่วไป

2. วงเงินลดหย่อนก็คนละกติกา

สำหรับปีภาษี 2569

RMF ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ และไม่เกิน 500,000 บาท โดยวงเงินนี้ต้องรวมกับการออมเพื่อเกษียณบางประเภท เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือ กบข. และรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท

Thai ESG สำหรับการซื้อระหว่าง 1 ม.ค. 2567–31 ธ.ค. 2569 ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้ สูงสุด 300,000 บาท และเป็นวงเงินอีกส่วนหนึ่งจากกลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณ

สมมติรายได้ที่ใช้เป็นฐานคำนวณ 1,000,000 บาทต่อปี วงเงินตาม 30% จะเท่ากับ 300,000 บาท

แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องลงทุนเต็มวงเงิน เพราะ ลดหย่อนภาษีได้ ไม่ได้แปลว่าการลงทุนเหมาะกับเราทันที

3. จุดต่างใหญ่คือ “ต้องรอนานแค่ไหนถึงขายได้”

RMF ต้องถืออย่างน้อย 5 ปีนับจากการซื้อครั้งแรก และขายโดยเข้าเงื่อนไขเมื่ออายุอย่างน้อย 55 ปี อีกทั้งมีเงื่อนไขการลงทุนต่อเนื่อง โดยเว้นได้ไม่เกิน 1 ปี

ส่วน Thai ESG ที่ซื้อในช่วงมาตรการปัจจุบัน ต้องถืออย่างน้อย 5 ปีแบบวันชนวันนับจากวันที่ซื้อ ไม่ต้องรอถึงอายุ 55 ปี

ดังนั้นคนอายุ 30 ซื้อ RMF กับ Thai ESG วันนี้ แม้จะพูดว่า “ถือยาว” เหมือนกัน แต่เวลาที่เงินถูกล็อกจริง ๆ ต่างกันมาก

4. แล้วเลือกอันไหนดี? ลองเริ่มจาก “วัตถุประสงค์ของเงิน”

ถ้าเงินก้อนนี้ตั้งใจไว้สำหรับ เกษียณจริง ๆ และเรายอมให้เงินอยู่ยาวจนถึงอย่างน้อยอายุ 55 ปี RMF อาจตรงกับเป้าหมายมากกว่า และยังเลือกสินทรัพย์ให้เหมาะกับพอร์ตระยะยาวได้หลากหลายกว่า

แต่ถ้าอยากใช้สิทธิลดหย่อนเพิ่มเติม พร้อมลงทุนในสินทรัพย์ไทยที่เข้าเกณฑ์ความยั่งยืน และรับเงื่อนไขถือ 5 ปีได้ Thai ESG ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

และคำตอบไม่จำเป็นต้องเป็น RMF หรือ Thai ESG อย่างใดอย่างหนึ่ง เสมอไป บางคนอาจใช้ทั้งสองแบบ แต่ต้องดูว่าพอร์ตโดยรวมกระจุกในหุ้นไทยมากเกินไปหรือไม่ และเงินก้อนนั้นยังจำเป็นต้องใช้ก่อนครบเงื่อนไขหรือเปล่า

จำง่าย ๆ: RMF = เงินเกษียณ + ถือถึงอย่างน้อยอายุ 55 Thai ESG = ลงทุนสินทรัพย์ไทยด้านความยั่งยืน + ถือ 5 ปีตามเงื่อนไขปัจจุบัน

Next Step ง่าย ๆ วันนี้ 👉 ก่อนเลือกกอง ลองตอบ 3 คำถาม

1. เงินก้อนนี้ต้องใช้ก่อนอายุ 55 ไหม? 2. ตอนนี้เราใช้วงเงินออมเพื่อเกษียณไปเท่าไรแล้ว? 3. พอร์ตของเรามีสินทรัพย์ไทยมากหรือน้อยแค่ไหน?

ตอบได้ 3 ข้อนี้ คำถามว่า “RMF หรือ Thai ESG?” จะง่ายขึ้นเยอะ 😊

ข้อมูลสิทธิลดหย่อนข้างต้นอ้างอิงเงื่อนไขปีภาษี 2569 ณ ปัจจุบัน โดยเฉพาะมาตรการ Thai ESG ที่กำหนดสำหรับการซื้อถึง 31 ธันวาคม 2569 กฎภาษีอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรและ ก.ล.ต. ก่อนลงทุน เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล